Help Desk: +66 997024333 Open 24 Hours | Monday - Sunday Stationed Exclusively at Suvarnabhumi International Airport (BKK), Thailand

วีซ่าคู่หมั้นและคู่สมรส

ไปใช้ชีวิตกับคู่ในต่างประเทศ ตั้งแต่หลักฐานความสัมพันธ์จนถึงวันยื่น

การไปสมรสหรือใช้ชีวิตร่วมกับคู่ในต่างประเทศจะเดินต่อได้เมื่อชุดเอกสารอธิบายความสัมพันธ์ได้ชัด วีซ่าคู่หมั้นเป็นการเข้าประเทศเพื่อจัดงานสมรสภายในระยะที่กำหนด ส่วนวีซ่าคู่สมรสใช้เมื่อจดทะเบียนแล้ว ประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลียมักต้องยื่นล่วงหน้า GateZip จึงช่วยคนไทยจัดชุดหลักฐานให้ตรงเงื่อนไขของแต่ละสถานทูต

เราไม่ได้ตัดสินแทนสถานทูต แต่ช่วยคุณเตรียมเรื่องที่ควบคุมได้ เช่น ไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ เอกสารการเงินของคู่ ใบรับรองต่าง ๆ และแนวทางสัมภาษณ์ เพื่อให้เคสดูสมเหตุสมผล ต่อเนื่อง และพร้อมยื่น

วีซ่าคู่หมั้นและคู่สมรส

ขั้นตอนการทำงานกับ GateZip

  • 1

    ประเมินเคสเบื้องต้น

    พูดคุยดูไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ สถานะของคู่ และการเงิน เพื่อวางแนวทางที่ยื่นได้จริง
  • 2

    จัดรายการเอกสาร

    ส่ง checklist ของผู้ยื่นและคู่ฝั่งต่างประเทศ พร้อมคำแนะนำการจัดชุด
  • 3

    กรอกแบบฟอร์มและนัดยื่น

    ช่วยกรอกฟอร์ม แปลเอกสาร จัดชุดยื่น และจองคิวตามช่องทางของสถานทูต
  • 4

    ซ้อมสัมภาษณ์และติดตามผล

    เตรียมคำตอบก่อนวันนัด ไปยื่นตามเวลา และรอผลพิจารณาจากสถานทูต

GateZip ช่วยเรื่องใดบ้าง

เราจัดบริการให้ครบตั้งแต่ประเมินเคสจนถึงวันยื่น เพื่อให้คุณไม่ต้องเดาเองว่าหลักฐานความสัมพันธ์ เอกสารการเงินของคู่ และใบรับรองชุดไหนสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย

วีซ่าคู่หมั้นใช้เมื่อมีแผนสมรสกับคู่ที่เป็นพลเมืองหรือผู้พำนักถาวรในประเทศปลายทางภายในระยะที่กำหนด เช่น K-1 ของสหรัฐฯ ที่ต้องสมรสภายใน 90 วันหลังเข้าประเทศ หรือ Fiancé(e) Visa ของสหราชอาณาจักรที่มักให้เวลาประมาณ 6 เดือน วีซ่าท่องเที่ยวหรือเยี่ยมเยือนเป็นการพำนักระยะสั้น ไม่ใช่ช่องทางสำหรับไปแต่งงานแล้วอยู่ต่อ

ชุดพื้นฐานมักมีหนังสือเดินทาง แบบฟอร์มของสถานทูต หลักฐานความสัมพันธ์ จดหมายจากคู่ เอกสารการเงินและการงานของคู่ฝั่งต่างประเทศ ใบรับรองโสดหรือใบหย่า ใบรับรองแพทย์ และใบรับรองความประพฤติ สหรัฐฯ ประเภท K-1 มักเริ่มจากแบบฟอร์ม I-129F และต้องแสดงว่าทั้งคู่เคยพบกันจริงภายในระยะที่กำหนด ออสเตรเลียประเภท Prospective Marriage (Subclass 300) มักให้น้ำหนักหลักฐานความสัมพันธ์และการสนับสนุนทางการเงิน

วีซ่าระยะยาวประเภทนี้ใช้เวลานานกว่าวีซ่าท่องเที่ยว โดยทั่วไปประมาณ 3–12 เดือน ขึ้นกับประเทศและความซับซ้อนของเอกสาร สหรัฐฯ ประเภท K-1 มักใช้เวลาหลายเดือน สหราชอาณาจักรอาจเร็วกว่า และบางช่วงมีช่องทางเร่งโดยมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม ควรเผื่อเวลาก่อนจองวันแต่งงาน

ต้องแสดง โดยเฉพาะฝั่งคู่ในประเทศปลายทาง สถานทูตดูว่ารายได้หรือเงินออมพอสนับสนุนผู้ยื่นได้ตามเกณฑ์ ณ วันยื่น สหราชอาณาจักรมีเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ปรับตามช่วงเวลา ออสเตรเลียมักดูรายได้ บัญชีธนาคาร หรือการสนับสนุนจากครอบครัว ตัวเลขเปลี่ยนได้ ควรตรวจกับสถานทูตก่อนจัดชุด

มักเป็นขั้นตอนสำคัญ เจ้าหน้าที่จะถามว่าพบกันครั้งแรกอย่างไร สื่อสารกันอย่างไร แผนแต่งงานคืออะไร และจะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างไร สหรัฐฯ มักสัมภาษณ์ที่สถานทูต ประเทศในยุโรปเช่นเยอรมนีก็อาจเรียกสัมภาษณ์เพื่อตรวจความสัมพันธ์ ควรตอบตรงกับชุดเอกสารที่ยื่น

ยื่นใหม่ได้ แต่ต้องแก้จุดที่สถานทูตระบุในหนังสือปฏิเสธก่อน ไม่ใช่ส่งชุดเดิมซ้ำ บางประเทศมีช่องทางอุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น สหรัฐฯ หรือสหราชอาณาจักร ควรอ่านเหตุผลให้ครบแล้วเสริมหลักฐานความสัมพันธ์ การเงิน หรือข้อมูลที่เคยขาด

แต่ละประเทศกำหนดระยะชัดเจน สหรัฐฯ ประเภท K-1 ต้องสมรสภายใน 90 วันหลังเข้าประเทศ หากไม่สมรสตามกำหนดวีซ่าหมดอายุและต้องเดินทางกลับ ออสเตรเลียประเภท Prospective Marriage มักให้เวลาประมาณ 9 เดือนหลังเข้าประเทศ ควรจัดงานให้ทันก่อนสิ้นอายุวีซ่า

วีซ่าคู่หมั้นมักเป็นสถานะชั่วคราวเพื่อให้สมรสได้ หลังจดทะเบียนแล้วต้องยื่นสถานะคู่สมรสหรือผู้พำนักระยะยาวต่อ สหรัฐฯ มักยื่นปรับสถานะเป็นกรีนการ์ด สหราชอาณาจักรมักยื่น Spouse Visa เงื่อนไขเปลี่ยนตามช่วงเวลา ควรเริ่มเตรียมชุดถัดไปทันทีหลังสมรส

ต้องการให้ GateZip ดูเคสคู่หมั้นหรือคู่สมรสและจัดชุดเอกสารให้ตรงประเทศปลายทาง ติดต่อทีมวีซ่าเพื่อประเมินเบื้องต้นได้เลย

ติดต่อขอคำปรึกษา
Menu

Language / ภาษา