Help Desk: +66 997024333 Open 24 Hours | Monday - Sunday Stationed Exclusively at Suvarnabhumi International Airport (BKK), Thailand

วีซ่านักเรียน

เรียนต่อต่างประเทศอย่างมั่นใจ ตั้งแต่ใบตอบรับจนถึงวันยื่น

การเรียนต่อจะเริ่มได้เมื่อสถาบันตอบรับแล้ว และชุดวีซ่าพร้อมยื่น วีซ่านักเรียนเป็นการพำนักตามระยะหลักสูตร ไม่ใช่การท่องเที่ยวระยะสั้น ประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลียมักต้องยื่นล่วงหน้า GateZip จึงช่วยคนไทยจัดชุดเอกสารให้ตรงเงื่อนไขของแต่ละสถานทูต

เราไม่ได้ตัดสินแทนสถานทูต แต่ช่วยคุณเตรียมเรื่องที่ควบคุมได้ เช่น ใบตอบรับ หลักฐานการเงิน ผลสอบภาษา และแนวทางสัมภาษณ์ เพื่อให้เคสดูสมเหตุสมผล ต่อเนื่อง และพร้อมยื่น

วีซ่านักเรียน

ขั้นตอนการทำงานกับ GateZip

  • 1

    ประเมินเคสเบื้องต้น

    พูดคุยดูหลักสูตร สถาบัน สถานะการเงิน และแผนหลังจบ เพื่อวางแนวทางที่ยื่นได้จริง
  • 2

    จัดรายการเอกสาร

    ส่ง checklist ของผู้ยื่น ผู้สนับสนุน และเอกสารจากสถาบัน (ถ้ามี) พร้อมคำแนะนำการจัดชุด
  • 3

    กรอกแบบฟอร์มและนัดยื่น

    ช่วยกรอกฟอร์ม แปลเอกสาร จัดชุดยื่น และจองคิวตามช่องทางของสถานทูต
  • 4

    ซ้อมสัมภาษณ์และติดตามผล

    เตรียมคำตอบก่อนวันนัด ไปยื่นตามเวลา และรอผลพิจารณาจากสถานทูต

GateZip ช่วยเรื่องใดบ้าง

เราจัดบริการให้ครบตั้งแต่ประเมินเคสจนถึงวันยื่น เพื่อให้คุณไม่ต้องเดาเองว่าใบตอบรับ หลักฐานการเงิน และผลสอบภาษาชุดไหนสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย

วีซ่านักเรียนใช้เมื่อมีหลักสูตรและสถาบันตอบรับแล้ว ระยะพำนักมักผูกกับระยะเรียน เช่น F-1 ของสหรัฐฯ Student Visa ของสหราชอาณาจักร หรือ Subclass 500 ของออสเตรเลีย ส่วนวีซ่าท่องเที่ยวเป็นการพำนักระยะสั้นเพื่อเที่ยวหรือเยี่ยม ไม่ครอบคลุมการเข้าเรียนเต็มหลักสูตร

ชุดพื้นฐานมักมีหนังสือเดินทาง รูปถ่ายตามสเปก แบบฟอร์มของสถานทูต ใบตอบรับเข้าเรียน หลักฐานการเงิน ผลสอบภาษา (ถ้าหลักสูตรกำหนด) และประกันสุขภาพ สหรัฐฯ มักใช้แบบฟอร์ม I-20 จากสถาบันที่รับรอง สหราชอาณาจักรมักใช้ CAS ส่วนออสเตรเลียต้องแสดงการลงทะเบียนในหลักสูตรที่รับรองและเงินครอบคลุมค่าใช้จ่ายระหว่างเรียน

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้ทุกประเทศ สถานทูตดูว่าเงินครอบคลุมค่าเล่าเรียน ที่พัก และค่าครองชีพได้จริง และดูที่มาของเงินมากกว่ายอดที่เพิ่งโอนเข้า สหรัฐฯ มักอ้างอิงค่าใช้จ่ายประมาณหนึ่งปีการศึกษาตามที่สถาบันระบุใน I-20 สหราชอาณาจักรกำหนดเงินครองชีพตามเมืองและระยะเรียน ส่วนออสเตรเลียกำหนดเงินครองชีพรายปีตามเกณฑ์ ณ วันยื่น ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนได้ ควรตรวจกับสถาบันและสถานทูตก่อนจัดชุด

หลายหลักสูตรกำหนด IELTS หรือ TOEFL ตามระดับที่สถาบันรับ สหราชอาณาจักรมักใช้ IELTS for UKVI สำหรับการยื่นวีซ่า สหรัฐฯ และออสเตรเลียมักให้สถาบันกำหนดคะแนนขั้นต่ำเอง หากผลสอบยังไม่ถึงเกณฑ์ ควรรอให้ผ่านก่อนยื่น ไม่ใช่ยื่นชุดที่ไม่ตรงเงื่อนไขสถาบัน

หลายประเทศอนุญาตให้ทำงานนอกเวลาได้ แต่จำกัดชั่วโมง สหรัฐฯ ประเภท F-1 มักทำงานในวิทยาเขตได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ช่วงเปิดภาค สหราชอาณาจักรมักจำกัดประมาณ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ช่วงเปิดเรียน ออสเตรเลียมีเพดานชั่วโมงต่อรอบสองสัปดาห์ตามกฎ ณ วันถือวีซ่า การทำงานเกินสิทธิ์อาจกระทบสถานะวีซ่า

สหรัฐฯ มักสัมภาษณ์ที่สถานทูตเป็นขั้นตอนหลัก เจ้าหน้าที่จะถามแผนเรียน การเงิน และเจตนาหลังจบ สหราชอาณาจักรอาจสัมภาษณ์เพิ่มหากต้องการสอบถามหลักสูตรหรือค่าใช้จ่าย ออสเตรเลียมักพิจารณาจากเอกสาร แต่สามารถเรียกสัมภาษณ์ได้หากมีจุดที่ต้องชี้แจง

หลายประเทศกำหนดให้มีประกันตลอดระยะเรียน สหรัฐฯ มักให้สถาบันกำหนดความคุ้มครอง สหราชอาณาจักรมักเก็บ Immigration Health Surcharge (IHS) เพื่อใช้บริการ NHS ส่วนออสเตรเลียมักกำหนด Overseas Student Health Cover (OSHC) เป็นเงื่อนไขของวีซ่า

หลายประเทศมีช่องทางต่อวีซ่าหากเรียนต่อระดับสูงขึ้น หรือเปลี่ยนไปวีซ่าทำงานหลังจบ เช่น OPT ของสหรัฐฯ Graduate Visa ของสหราชอาณาจักร หรือวีซ่าทำงานหลังเรียนของออสเตรเลีย เงื่อนไขเปลี่ยนตามช่วงเวลา ต้องตรวจสิทธิ์กับสถานทูตและสถาบันก่อนวางแผนอยู่ต่อ

ต้องการให้ GateZip ดูเคสเรียนต่อและจัดชุดเอกสารให้ตรงประเทศปลายทาง ติดต่อทีมวีซ่าเพื่อประเมินเบื้องต้นได้เลย

ติดต่อขอคำปรึกษา
Menu

Language / ภาษา